S__9707566
IQA AWARDS
ฟ้า ขาว และ แดง การ์ตูน โรงเรียน นักเรียน ป้
Copy_page-0001
12
ITA ONLINE 2025แบนเนอร์ผลคะแนนโรงเรียนพานพร้าว_page-0001
สถานศึกษาปลอดภัย(1)_page-0001
previous arrow
next arrow

ประวัติโรงเรียน

๑. ข้อมูลสถานศึกษา

โรงเรียนพานพร้าว เป็นโรงเรียนสหศึกษาประจำอำเภอศรีเชียงใหม่ ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ทำพิธีเปิดโรงเรียนเป็นทางการ ณ โรงเรียนปริยัติธรรมวัดช้างเผือก โดยมีชื่อว่า “โรงเรียนศรีเชียงใหม่วิทยา” และแต่งตั้งให้ นายคง โพธิบัณฑิต เป็นครูใหญ่คนแรก ต่อมา นายเขษม คำพิมาน ศึกษาธิการจังหวัดหนองคายในสมัยนั้น ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้รับอนุมัติจากกรมสามัญศึกษาเปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก “โรงเรียนศรีเชียงใหม่วิทยา” เป็น “โรงเรียนพานพร้าว” และใช้ อักษรย่อว่า “น.ค. ๑๗” ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้เปลี่ยนอักษรย่อว่า “พ.พ.” มาจนถึงปัจจุบัน

วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ย้ายโรงเรียนมาตั้งอยู่ที่ตั้งปัจจุบัน เลขที่ ๖๘ หมู่ที่ ๕ ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีที่ดิน ๒ แปลง เนื้อที่ทั้งสิ้น ๓๙ ไร่ ๓๘.๙ ตารางวา โดยแบ่งเป็นแปลงที่ ๑ มีเนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๕๕.๓ ตารางวา และแปลงที่ ๒ มีเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๓๘๓.๖ ตารางวา

๒. ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา

ข้อมูลทั่วไปและที่ตั้งอยู่ เลขที่ ๘๖ หมู่ ๕ ถนนศรีเชียงใหม่-สังคม ตำบลพานพร้าว
อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
ประเภท โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กแบบสหศึกษา
คำขวัญของโรงเรียน เรียนดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม เลิศล้ำศิลปะ
ปรัชญาของโรงเรียน อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา
(อัตตานัง ทมยันติ ปัณฑิตา)
แปลว่า “บัณฑิตย่อมฝึกตน”
สีประจำโรงเรียน ฟ้า – ชมพู

ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน

ตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ :

ส่วนยอด ศาลารูปทรงยอดแหลม (มณฑป/บุษบก) สะท้อนถึงความเป็นเลิศ ความสำเร็จสูงสุด และเกียรติยศ รูปทรงที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ด้านบน สื่อถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพของตนเองไปสู่จุดสูงสุด ทั้งในด้านสติปัญญาและคุณธรรม

ส่วนกลาง รูปเล่มหนังสือเปิดกว้าง สื่อถึงการเปิดรับความรู้ คลังปัญญา วิทยาการ การศึกษาค้นคว้าอย่างไม่สิ้นสุด การใช้สีประจำโรงเรียนบนหน้าหนังสือ แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และการหล่อหลอมความรู้ให้เป็นเอกลักษณ์ของชาวพานพร้าว

ส่วนฐาน วิชาการวงกลมเกี่ยวประสาน ๔ วง เป็นหัวใจนักปราชญ์ สู่ปิติ วิจารณ ได้แก่ การฟัง การคิด การถาม และการเขียน นำไปสู่ความเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริง ซึ่งวงกลมที่เกี่ยวประสานกันสะท้อนว่าทั้ง ๔ ด้าน ต้องทำงานร่วมกันอย่างสมดุลเพื่อสร้างปัญญาที่สมบูรณ์